เนื่องจากตัวผมเอง ได้รับการชักชวนจากเพื่อนที่สนิทคนหนึ่ง ที่ผ่านการอบรมคอร์สนี้เเล้ว
เพื่อนเล่าให้ฟังว่า การอบรมเพียงเเค่สามวัน สามารถเปลี่ยนชีวิตเค้าไปได้จิงๆ จากที่เป็นคนคิดมาก หงุดหงิดง่าย รู้สึกไม่ดีกับคนอื่นง่าย
ก็เปลี่ยนให้เขาเป็นคนที่มองโลกในเเง่ดีขึ้น เเละหลายๆอย่าง ทำให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ผมจึงได้ลองไปเป็น guest นั่งฟังในการอบรมคราวสุดท้ายของเพื่อนคนนี้  ผมพบว่า มันเป็นการสอนโดยยึดหลักเเก่นของศาสนาหลายๆศาสนา
ถ้าฟังดีๆ ก็เหมือนการเอาศาสนาพุทธมาเล่าใหม่ ให้ฟังดูเข้าใจเเละเห็นตัวอย่างมากขึ้น ผลลัพธ์ก็คือ การเข้าใจตัวตนของตัวเอง การปล่อยวางจากอัตตาที่เคยมี
เเละทำให้เข้าใจชีวิต เข้าใจคนอื่น เเละเข้าใจโลกมาขึ้น ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น (กรุณาลองอ่านประสบการณ์ของผู้ที่่เคยเข้าเเล้วตาม link ข้างล่าง)

เเต่ปัญหาที่ผมยังสงสัย ก็คือ ค่าใช้จ่ายที่เเพงมากสำหรับมนุษย์เงินเืดือนทั่วๆไป คือ 15,000 บาท ต่อ การอบรมสามวัน ไม่รวมค่าอาหารสักมื้อ
ทั้งนี้ การอบรมนี้ เป็นหลักสูตรของต่างประเทศ ผู้ที่ได้เงินหรือกำไร ก็คือผู้จัด ทำให้เงินออกนอกประเทศไปเสียหมด
จึงมาสู่คำถามที่ว่า มันจำเป็นจริงๆหรือ ที่ต้องเอาเงินไปให้ฝรั่ง ให้เค้ามาชี้ทางสว่างให้กับเรา โดยใช้เครื่องมือที่เรามีอยู่เเล้ว เเต่เราไม่เคย หรือเคยใช้อย่างไม่ถูกวิธี
 นั่นก็คือ พระุพุทธศาสนา พระธรรมคำสั่งสอน วัด พระสงฆ์
เพียงเเต่ เราเอง ไม่เคยคิดที่จะมอง หรือทำความเข้าใจมันด้วยตัวเอง จนต้องยอมให้ฝรั่งมานำทางให้
หรือจะมองในอีกมุมว่า ปัจจุบันนี้้ พระพุทธศาสนาในบ้านเรา อ่อนเเอมาก จนไม่อาจชักจูงให้คนเข้าหาพระธรรมได้
 จนกระทั่งฝรั่ง สามารถใช้สิ่งเดียวกันนี้ เอาเงินไปจากเมืองพุทธอย่างเราได้มากๆๆขนาดนี้?

นอกจากนั้น ตามความเห็นของคนที่เคยผ่านการอบรมมาเเล้ว การอบรมนี้ก็เหมือนจะหลอกใช้ผู้อบรมที่ผ่านการอบรม ให้หาสมาชิกใหม่มาเข้าอบรมเพิ่มขึ้น
โดยใช้คำกล่าวที่ว่า ยิ่งให้ คุณจะยิ่งมีความสุข
การให้ในที่นี้คือ การชักชวนผู้อื่น ให้มาเข้าอบรมคอร์สนี้ด้วย  ถึงเเม้ว่า จะมั่นใจได้ว่า ผู้ชักขวน ไม่ได้มีเปอร์เซ็นต์ หรือ ค่าคอมมิชชั่นใดๆ เเต่นั่น ไม่ใช่การหลอกลวงทางอ้อมให้ดูดีเฉยๆหรอกหรือ
เพราะยังไงก็ตาม คนที่รู้สึกดีกับการอบรมนี้ เค้าก็อยากให้สิ่งดีๆกับคนที่เค้ารักเช่นกัน เเต่เผอิญว่า ในการทำเช่นนั้น ก็เหมือนกับ การเอาเงินไปเพิ่มให้ฝรั่ง โดยที่คนไทย ไม่ได้อะไรเลย
อีกทั้ง มันจำเป็นจริงๆหรือ ที่เราต้องมาทางลัดเช่นนี้ เเทนที่จะใช้วิธีเดิมๆที่เราเคยเป็นมาตั้งเเต่อดีต หรือว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไปเเล้ว วิธีเดิมๆไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป??

สุดท้าย ผมคิดว่า การอบรมนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย บางคนที่ได้รับประโยชน์ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดี เเต่ผลเช่นนี้ ก็ไม่ได้เกิดกับคนที่เข้าอบรมทุกคนทั้งหมด เพียงเเต่ในเเง่มุมของการเปรียบเทียบกับความใกล้ชิด ความซาบซึ้งกับรสพระธรรมของคนยุคปัจจุบันนี้ มันทำให้รู้สึกว่า พระพุทธศาสนาอ่อนเเอลงจิงๆหรือ?? เเละในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง ผมไม่อยากเห็นฝรั่ง ที่เอาเปรียบประเทศไทยในหลายๆด้านอยู่เเล้ว ยังมาเอาเปรียบทางศาสนาทางอ้อมเช่นนี้อีก

ขอบคุณครับ

จาก พุทธศาสนิกชนที่รักประเทศไทย

กรุณาอ้างอิงตามตัวอย่าง link ด้านล่างหรือหารายละเอียดเพิ่มเติมจาก Google

http://www.managerroom.com/forums/forum_posts.asp?TID=2719&PN=1&TPN=1
http://sornchai.exteen.com/20061210/landmark-forum

ส่วนอันนี้เป็นลิงค์โดยตรงของคอร์ส

http://www.ilovepossibility.info/bkk1.htm
http://www.landmarkeducation.com/

พอดีไปอ่านเจอในเว็บบอร์ดเเห่งนึง เลยขอเอามาเเบ่งปัน...โดยเฉพาะผู้หญิงนะครับ (= 

...ความลับกับลูกสาว ในค่ำคืนนึง...

หลังจากกราบพระกับคุณพ่อ คุณแม่แล้ว คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบ
แล้วบอกลูกว่า พ่อมีอะไรให้ดูซึ่งสำคัญมาก

ว่าแล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ เอามือกำไว้
พ่อถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ ลูกพยักหน้า

ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 3 ที ลูกทำตาม...คุณพ่อว่า ไม่พอ ต้อง 5 ที และ
เปลี่ยนเป็น 10 ที จนถึง 15 ทีจนลูกอุทธรณ์...ก็ลูกอยากทราบนี่คะว่าเป็นอะไร เมื่อคุณพ่อแบมือออก
มันคือเหรียญ 5 บาทธรรมดานี่เอง คุณพ่อหัวเราะแล้วกำมือกับเหรียญ 5 บาทเดิม
ถามว่าอยากดูอีกมั้ย ถ้าอยากดูต้องเขกพื้น 10 ที ลูกว่าหนูรู้แล้วไม่อยากดูค่ะ

คุณพ่อว่า เอ้า... เขกพื้น 1 ทีก็ได้
ลูกก็บอกว่าทราบแล้วไม่อยากดูอีก เบื่อ

คุณพ่อว่าให้ดูฟรีๆ
ก็ได้แล้วก็แบมือออก ลูกก็ดูไปอย่างนั้นเอง
คุณพ่อเลยสอนว่า
นี่ละลูก อะไรที่เป็นความลับ คนมักยอมทำทุกอย่างที่จะได้สมปรารถนา

อยากดู อยากรู้ อยากเห็น แต่เมื่อสมปรารถนาแล้ว ดูบ่อยๆ
แล้วก็มักจะเบื่อ ให้ดูฟรีๆ ยังไม่อยากดูเลย


แล้วสิ่งที่พึงหวงแหนสำหรับลูกผู้หญิง เป็นสิ่งที่มีค่า
ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควร ก็จะไม่มีค่าอะไร ไม่ต่างกับเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีหรอก

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คนเราควรจะรักตัวเอง เพราะเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต
สำหรับผู้ชายก็ควรจะเก็บอาการหน่อย
เพราะว่าถ้าไม่รู้จักสงบจิตสงบใจ สิ่งดีๆ
ก็อาจจะหลุดลอยไปได้โดยง่ายนะ



ปล.ขออภัยท่านที่เคยอ่านแล้วจ้า
credit : เด็กดี
.com

 

 

เพลง "กลัว" : Scrubb

posted on 14 Jul 2009 01:18 by pjodddent
 

เนื้อเพลง กลัว


ในบางเวลาที่เธอนั้นยิ้มเป็นสุข ฉันแอบเก็บความหวังไว้
เผื่อในวันนึงที่เธอนั้นพร้อมเข้าใจ ฉันอยากอธิบาย
ความทรงจำดีๆที่ฉันมีอยู่ ล้วนมีเธอโอบกอดไว้
แต่ความเป็นจริงที่ฉันไม่พร้อมจะไป เริ่มสิ่งใหม่กับเธอ

ก็เป็นเพราะ กลัว ไม่เป็นเหมือนวันก่อน กลัวไม่เป็นอย่างใจหวัง
เก็บส่วนลึกของใจไว้ห่าง ไม่คู่ควรกับใคร

มันคงจะดีที่เราก็ยังได้เจอ แลกเปลี่ยนผ่านความห่วงใย
ส่วนใจตัวเองก็ยังไม่เคยเข้าใจ เริ่มอะไรไม่เป็น

แค่ให้ฉัน เก็บเธอไว้ อบอุ่นข้างในอย่างนั้น (ปั๊บปับปา)
เก็บรอยยิ้ม ความสดใส อยู่ให้นานเท่านาน

ก็เป็นเพราะ กลัว ไม่เป็นเหมือนวันก่อน กลัวไม่เป็นอย่างใจหวัง
เก็บส่วนลึกของใจไว้ห่าง ไม่คู่ควรกับใคร

มันคงจะดีที่เราก็ยังได้เจอ แลกเปลี่ยนผ่านความห่วงใย
ส่วนใจตัวเองก็ยังไม่เคยเข้าใจ เริ่มอะไรไม่เป็น

ส่วนใจตัวเองก็ยังไม่เคยเข้าใจ เริ่มอะไรไม่เป็น

 ...................................................................

 เเปลกไหม ที่ชีวิตคนเรา จะมีเรื่องที่น่ากลัวบ้าง

ชอบเพลงนี้จิงๆ เเต่..ฟังทีไรก็ยังไม่ค่อยเเน่ใจในเนื้อเพลงว่าต้องการสื้ออะไร

ใครเข้าใจช่วยบอกด้วยครับ..

edit @ 14 Jul 2009 01:27:53 by เซี่ยฮั่นหลง